menu

วิธีการกำจัดกลิ่นเหม็นจาก น้ำเน่าเสีย ด้วยจุลินทรีย์ ดับกลิ่นเหม็น / ดับกลิ่นเน่าเหม็น

วิธีการกำจัดกลิ่นเหม็นจาก น้ำเน่าเสีย ด้วยจุลินทรีย์ ดับกลิ่นเหม็น / ดับกลิ่นเน่าเหม็น กำจัดกลิ่นเหม็นด้วยจุลินทรีย์
จุลินทรีย์-กำจัดกลิ่นเหม็นได้อย่างหมดจด โดยไม่มีสารเคมีตกค้างใดๆ

จุลินทรีย์ดับกลิ่นจะกำจัดกลิ่นเหม็นหรือดับกลิ่นเน่าเหม็นได้แทบทุกชนิด ยกเว้นกลิ่นที่เกิดจากสารเคมี ( จุลินทรีย์ไม่สามารถย่อยสลายสารเคมีบางชนิดได้ ) ดังนั้นการใช้จุลินทรีย์กำจัดกลิ่นเหม็นจึงไม่ควรใช้ร่วมกับสารเคมีใดๆ เพราะจะทำให้จุลินทรีย์ตายหรือเสื่อมสลายไปได้ จุลินทรีย์เป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆที่มีประโยชน์ต่อทั้งพืชและสัตว์รวมไปถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม ปลอดภัย 100% ไม่มีอันตรายใดๆต่อพืชและสัตว์ทุกชนิด ไม่มีสารเคมีเจือปน ไม่ต้องการอากาศ ดังนั้นหลังการใช้จุลินทรีย์ทุกๆครั้งต้องรีบปิดฝาให้สนิททันที ใช้ในแต่ละครั้งพอประมาณตามที่ต้องการ และส่วนที่นำออกมาใช้งานควรใช้ให้หมดในคราวเดียวกัน การเก็บจุลินทรีย์ควรเก็บให้ห่างจากแสงแดด อุณหภูมิที่ 30 – 45 องศาเซลเซียส กรณีจุลินทรีย์บรรจุอยู่ในขวดและทำให้ขวดบรรจุบวม ( ก๊าซที่เกิดจากการทำปฏิกิริยาของจุลินทรีย์ ) วิธีแก้ไขคือคลายฝาขวดเล็กน้อย เพื่อระบายก๊าซออก เสร็จแล้วให้หมุนกลับทันที ( ปิดฝาขวด )

วิธีการใช้จุลินทรีย์กำจัดกลิ่นเน่าเหม็น ของเสีย กลิ่นเหม็น กลิ่นคาว กลิ่นสาบ ฯลฯ จากสิ่งปฏิกูลต่างๆ

1 ) กลิ่นเหม็นจากมูลสัตว์ กลิ่นปัสสาวะจากฟาร์มสัตว์เลี้ยง เช่น ฟาร์มสุนัข ฟาร์มสุกร ฟาร์มโคกระบือ ฯลฯ โดยเฉพาะฟาร์มสัตว์เลี้ยง เช่น ฟาร์มสุกร จะส่งกลิ่นเหม็นแรงมาก ดังนั้นการใช้จุลินทรีย์ต้องใช้ปริมาณให้ถึงเพื่อดับกลิ่นเน่าเหม็นเหล่านี้ให้หมดจด

วิธีการ : การใช้ในครั้งแรก นำ จุลินทรีย์สดแบบเพียวๆโดยไม่ผสมน้ำ เทลงในบัวรดน้ำ ( บัวรดน้ำต้นไม้ ) หรือถังสำหรับฉีดพ่นต่างๆ แต่ต้องล้างให้สะอาดก่อน ระวังอย่าให้มีสารเคมีตกค้าง ( เพราะจะไปทำลายจุลินทรีย์ ) หลังจากนั้นก็นำไปรดหรือฉีดพ่นลงบนพื้นที่มีมูลสัตว์หรือบริเวณที่มีกลิ่นเน่าเหม็น กรณีที่มูลสัตว์เพิ่มขึ้นทุกๆวันหรือมีสิ่งปฏิกูลเพิ่มขึ้นทุกวันในปริมาณที่มากก็ควรใช้รดทุกวัน แต่ถ้าปริมาณสิ่งปฏิกูลและกลิ่นมีไม่มาก ใช้รด 3-4 วันหรืออาทิตย์ละครั้งก็ได้ แล้วแต่ปัญหาของแต่ละท่าน
การใช้ในครั้งที่สองและครั้งต่อๆไป ให้นำจุลินทรีย์ผสมกับน้ำ อัตราส่วน 1 : 1 ( กรณีต้องการเข้มข้นสูง ) หรือ 1 : 5 หรือ 1 : 10 , 20 , 30 ……… ตามความต้องการ ถ้ากลิ่นแรงก็อาจใช้ความเข้มข้นสูง 1 : 1 หรือ 1 : 5 เป็นต้น ถ้ากลิ่นไม่แรงมากนักก็อาจใช้ความเข้มข้นน้อยลง 1 : 50 หรือ 1 : 100 ก็ได้ การใช้จุลินทรีย์ใช้บ่อยได้ตามความต้องการ ไม่มีอันตรายใดๆต่อพืชและสัตว์ ช่วยทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น

2 ) กลิ่นเหม็นจากบ่อเกรอะ ส้วม ห้องน้ำ ตามบ้านที่อยู่อาศัย คอนโดมิเนี่ยม โรงพยาบาล โรงแรม ฯลฯ

ใช้จุลินทรีย์สดไม่ผสมน้ำเทลงในบ่อเกรอะ / โถส้วม / ท่อน้ำทิ้ง โดยใช้จุลินทรีย์ 1 ลิตรต่อสิ่งปฏิกูลขนาด 1คิว กรณีคอนโดมิเนี่ยม โรงแรม โรงพยาบาล ซึ่งมีปริมาณสิ่งสกปรกมากอาจใช้ความเข้มข้นเพิ่มขึ้น กรณีของเสียส่งกลิ่นเหม็นแรงให้ใช้จุลินทรีย์ 2-3 ลิตรต่อปริมาตรน้ำเสีย 1 คิว ใช้บ่อยได้ตามความต้องการ

3 ) กลิ่นเหม็นจากตลาดสด ร้านอาหาร ซึ่งตลาดสดและร้านอาหารจะมีเศษพืชผักและไขมันสัตว์ทับถมกันเกิดการเน่าเสียทำให้ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ การใช้จุลินทรีย์กำจัดกลิ่นเหล่านี้ รดหรือราดสดไม่ผสมน้ำลงในบ่อหรือหลุมที่รวมเศษอาหารหรือตะแกงดักไขมันหรือบริเวนที่ส่งกลิ่นเน่าเหม็น การใช้จุลินทรีย์กับท่อที่ไขมันอุดตันก็ทำเช่นเดียวกัน โดยการเทราดลงในท่อที่อุดตันแล้วปล่อยทิ้งไว้ให้จุลินทรีย์ย่อยสลายไขมันตามธรรมชาติ ข้อควรระวังคือห้ามใช้จุลินทรีย์ร่วมกับสารเคมีเด็ดขาด

กลิ่นเหม็นในห้องน้ำ ส่วนใหญ่จะมาจากท่อน้ำทิ้ง มีน้อยที่มาจากโถส้วมหรือชักโครก โดยเฉพาะท่อน้ำทิ้งในห้องน้ำหรืออ่างล้างมือที่ต่อท่อน้ำทิ้งลงรวมในบ่อเกรอะ ( บ่อเกรอะคือบ่อรับของเสียจากส้วมหรือชักโครกทั้งหมด ) ดังนั้นกลิ่นเหม็นจากท่อน้ำทิ้งจึงเป็นกลิ่นที่ลอยขึ้นมาตามท่อจากบ่อเกรอะ แต่ในบางกรณีที่ท่อน้ำทิ้งมีสิ่งสกปรกเกาะอยู่ตามท่อ เช่น ของเสียจากการอาบน้ำและอื่นๆ นานๆเข้าอาจส่งกลิ่นแรงได้ ดังนั้น จึงต้องหมั่นทำความสะอาดท่อน้ำทิ้งด้วยการใช้จุลินทรีย์ทำความสะอาดท่อไม่ให้สิ่งสกปรกเกาะอยู่ตามลำท่อ กับปัญหาท่อน้ำทิ้งมีกลิ่นลอยขึ้นมา โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ฝนตกหรือฤดูหนาว กลิ่นจะรุนแรงเป็นพิเศษและเกิดขึ้นบ่อยๆ ส่วนใหญ่จะคิดว่ากลิ่นมาจากชักโครก ในห้องน้ำแต่ละห้องจะมีท่อน้ำทิ้งหรือท่อเดรน เพื่อรับน้ำทิ้งจากการใช้สอยของคนเรา และท่อน้ำทิ้งเหล่านี้แหละคือตัวต้นเหตุของปัญหาท่อน้ำทิ้งมีกลิ่นเหม็น เพราะสิ่งสกปรกขนาดเล็กจะเกาะอยู่ตามท่อน้ำทิ้ง ซึ่งท่อน้ำทิ้งจะเป็นท่อพีวีซีที่ของเสียต่างๆเกาะติดได้ง่าย เมื่อสะสมนานๆเข้าจึงเกิดกลิ่นขึ้นมา และในบางกรณีท่อน้ำทิ้งดังกล่าวยังไปต่อเชื่อมเข้ากับบ่อเกรอะอีก ทำให้กลิ่นยิ่งรุนแรงขึ้นหลายเท่าตัว ทั้งกลิ่นจากบ่อเกรอะและกลิ่นของเสียที่เกาะติดอยู่กับท่อน้ำทิ้ง กรณีที่ท่อน้ำทิ้งเชื่อมต่อเข้ากับบ่อเกรอะ วิธีแก้ไขควรแยกบ่อน้ำทิ้งใหม่ ( ถ้ามีที่มากพอ ) เพราะโดยปกติทั่วไป บ่อรับน้ำทิ้งกับบ่อเกรอะต้องแยกกันคนละบ่อ ถ้านำมารวมเป็นบ่อเดียวกันจะเกิดปัญหากลิ่นแน่นอน ไม่ว่าบ้านใหม่หรือบ้านเก่าก็ตาม

ในทุกๆบ้านต้องมีส้วมประจำบ้าน และบ้านใดสะอาดหรือไม่บางท่านวัดกันที่ส้วมหรือสุขา ส้วมจึงเป็นเสมือนสัญญลักษณ์แห่งความสกปรกหรือสะอาดก็ได้ ขึ้นอยู่กับการใส่ใจทำความสะอาดของเจ้าของส้วม

ส้วมมีกลิ่น เกิดจากอะไร? ในแต่ละวันส้วมจะเป็นจุดรับของเสีย ซึ่งมีทั้งอุจจาระและปัสสาวะเป็นส่วนใหญ่ และบ้านบางหลังยังรวมเอาน้ำทิ้งจากการใช้น้ำชำระร่างกายและอื่นๆรวมเข้าไปในส้วมด้วย เมื่อของเสียและสิ่งสกปรกรวมตัวกันก็เกิดการเน่าเสียเกิดขึ้น ซึ่งการเน่าเสียนี้เกิดจากปฏิกิริยาของแบคทีเรียเข้าไปย่อยสลายของเสียเหล่านั้น และเป็นการย่อยสลายที่ไม่สมบูรณ์แบบ จึงก่อให้เกิดของเสียและสิ่งกลิ่นเน่าเหม็นเกิดขึ้นตามมา ซึ่งถือเป็นมลภาวะอีกประเภทหนึ่ง จึงทำให้เกิด ส้วมมีกลิ่นหรือส้วมส่งกลิ่นติดตามมา โดยเฉพาะถ้าปริมาณของเสียมีทุกวันและจำนวนมากดั่งเช่นส้วมสาธารณะตามแหล่งต่างๆหรือตามหน่วยงานที่มีคนจำนวนมากมักจะพบบ่อยๆ ซึ่งส่วนมากจะใช้สารเคมีกำจัดกลิ่น ซึ่งก็ได้ผลเพียงชั่วคราวเท่านั้น และเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุทำให้สารเคมีที่ใช้ในการกำจัดส้วมมีกลิ่นนั้นเกิดการตกค้างในระบบนิเวศน์และออกสู่สิ่งแวดล้อมเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำได้

วิธีการจัดการส้วมมีกลิ่นที่ได้ผลดีที่สุดและตรงจุดที่สุดก็คือการบำบัดของเน่าเสียเหล่านี้โดยวิธีธรรมชาตินั่นเอง ซึ่งจะไม่มีผลกระทบกับสภาวะแวดล้อมและธรรมชาติโดยรวม ในทางตรงกันข้ามกลับทำให้สิ่งแวดล้อมได้รับผลดีมากขึ้น วิธีการดับส้วมมีกลิ่นก็คือ การใช้จุลินทรีย์ดับกลิ่นและบำบัดน้ำเสียจากธรรมชาติหรือจุลินทรีย์ที่ให้ประโยชน์ในการย่อยสลายของเสียต่างๆได้อย่างสมบูรณ์แบบนั่นเอง เมื่อขบวนการย่อยสลายของจุลินทรีย์ชนิดนี้จบลงก็จะทำให้กลิ่นไม่พึงประสงค์หายไป ของเสียต่างๆในส้วมก็จะถูกย่อยสลายให้เป็นอณุภาคเล็กลง ผลพลอยได้ที่ตามมาก็คือส้วมไม่เต็มง่าย กลิ่นต่างๆก็จะมลายหายไป

การใช้จุลินทรีย์ในการบำบัดของเสียในส้วม ซึ่งมีทั้งสิ่งสกปรกต่างๆและกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่ทำให้เกิดปัญหาส้วมมีกลิ่นได้ ขนาดของการใช้จุลินทรีย์ในแต่ละครั้งควรดูที่ปัญหาและปริมาณของเสียปริมาณน้ำเสียต้องให้เหมาะสมและสมดุลย์กันกับปริมาณการใช้จุลินทรีย์จึงจะได้ผลดี ซึ่งจุดนี้ผู้คนที่ใช้จุลินทรีย์ส่วนมากจะเข้าใจผิดกัน ในบางแห่งน้ำเสียและปริมาณของเสียมีจำนวนมาก แต่ใช้จุลินทรีย์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งจะทำให้การย่อยสลายได้ไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดคิดว่าการใช้จุลินทรีย์ไม่ได้ผล ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่อย่างที่คิด ในการใช้จุลินทรีย์ในแต่ละปัญหาและในแต่ละครั้งนั้น จุดที่ต้องคำนึงถึงคือ ปริมาณการใช้จุลินทรีย์ต้องให้เหมาะสมกับปริมาณสิ่งสกปรกหรือของเสียนั้นๆ ใช้จุลินทรีย์ในปริมาณที่มากได้ แต่ไม่ควรใช้ในปริมาณที่น้อยเกินไปจนทำให้ระบบการย่อยของจุลินทรีย์ไม่ทั่วถึง และจุลินทรีย์ที่ใช้ควรเป็นจุลินทรีย์ที่แอคทีฟสูงไม่เก่าเก็บ และประการสำคัญจุลินทรีย์ที่ใช้สำหรับบำบัดกลิ่นหรือบำบัดน้ำเน่าเสียควรเป็นจุลินทรีย์ที่ออกแบบมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ การนำจุลินทรีย์ที่ออกแบบใช้ในการเกษตรมาใช้บำบัดน้ำเสียหรือบำบัดกลิ่นอาจจะไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร

ในส่วนของการใช้จุลินทรีย์สำหรับดับกลิ่นส้วมมีกลิ่น การใช้ครั้งแรกควรเพิ่มปริมาณมากกว่าปกติ ทั้งนี้เพื่อให้จุลินทรีย์เข้าไปย่อยสลายของเสียหรือสิ่งสกปรกที่ตกค้างจำนวนมากและตกค้างมานานให้หมดไปก่อน หลังจากนั้นการใช้ในครั้งต่อไปก็ให้ลดลงตามส่วนได้ ดูการใช้จุลินทรีย์สำหรับส้วมมีกลิ่น คลิกที่นี่ ส่วนการใช้งานอื่นๆก็สามารถประยุกต์ให้เหมาะสมกับปัญหาและพื้นที่ที่ใช้ในแต่ละครั้ง

ในช่วงฤดูฝนส้วมส่วนมากจะมีปัญหาที่เรียกว่าส้วมมีกลิ่นหรือส่งกลิ่นแรงนั่นเอง กลิ่นส้วมที่พบเป็นกลิ่นก๊าซไข่เน่าที่ลอยขึ้นมาตามท่อหรือบริเวณที่อากาศเข้าถึงได้ และกลิ่นส้วมนี้ก็ถือว่าเป็นมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมอีกประเภทหนึ่ง ดังนั้นถ้าไม่ต้องการให้ส้วมมีกลิ่นก็ควรหมั่นเติมจุลินทรีย์ดับกลิ่นและบำบัดน้ำเสียลงไปอย่างสม่ำเสมอ

การแก้ปัญหาท่อน้ำทิ้งมีกลิ่นเหม็น

ให้ใช้จุลินทรีย์สดๆเทลงไปในท่อน้ำทิ้งที่มีกลิ่นพอประมาณ ( 3-4 ลิตร/จุด ) และส่วนหนึ่งผสมกับน้ำสอาดครึ่งต่อครึ่ง ทำความสะอาดพื้นห้องน้ำ โถปัสสาวะ ท่อน้ำทิ้ง เป็นต้น กรณีทำได้ทุกวัน ยิ่งเป็นการดี จะช่วยในการบำบัดกลิ่นและดับกลิ่นได้เป็นอย่างดี กรณีที่กลิ่นลอยอยู่ในอากาศภายในห้องส้วม อาจใช้จุลินทรีย์ผสมกับน้ำสะอาดแบบเจือจาง เทลงในขวดสเปรย์ แล้วให้สเปรย์ทั่วๆภายในและรอบๆห้องส้วม กรณีต้องการให้มีกลิ่นหอม ก็สามารถผสมหัวน้ำหอมลงได้ตามความต้องการ

ข้อแนะนำพิเศษ

โดยทั่วไปในบ่อเกรอะจะมีจุลินทรีย์ย่อยสลายอยู่ส่วนหนึ่งจำนวนไม่มาก เพื่อย่อยสลายสิ่งปฏิกูล ดังนั้นจึงไม่ควรใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายหรือทำลายจุลินทรีย์เทลงในท่อน้ำทิ้ง( ท่อเดรน )หรือชักโครก เช่น โซดาไฟ กรดซัลฟูริก กรดไนตริก เป็นต้น เพราะจะทำให้จุลินทรีย์ที่ทำหน้าที่ย่อยสลายสิ่งปฏิกูลในบ่อเกรอะถูกทำลาย ซึ่งจะส่งผลให้สิ่งปฏิกูลไม่ถูกย่อยสลาย ส้วมเต็มง่าย เกิดมลพิษในสิ่งแวดล้อม

เกิดอะไรขึ้นกับห้องน้ำส่งกลิ่นเหม็นรบกวนห้องส้วมที่มีปัญหาส่งกลิ่นเหม็น

ส้วมหรือห้องน้ำที่ต่อท่อน้ำทิ้ง ( ท่อเดรน )เข้ากับบ่อเกรอะ ( บ่อที่รับของเสียจากชักโครก ) อาจมีปัญหาก๊าซไข่เน่าจากบ่อเกรอะลอยขึ้นมาตามท่อน้ำทิ้งหรือท่อเดรนเมื่อกดชักโครก ซึ่งจะสิ่งผลก่อให้เกิดกลิ่นก๊าซไข่เน่า กลิ่นไม่พึงประสงค์อื่นๆติดตามมาได้ โดยเฉพาะฤดูฝนสำหรับบ่อเกรอะที่เป็นบ่อดินหรือบ่อปูน เมื่อฝนตกน้ำจากใต้ดินจะอิ่มและดันตัว จะทำให้ก๊าซเกิดการลอยตัวสู่ที่สูง ถ้ามีการต่อท่อน้ำทิ้งลงที่บ่อเกรอะ จะทำให้เกิดกลิ่นหรือก๊าซลอยตัวขึ้นมาได้ หรือกรณีที่มีของเสียสะสมอยู่ในท่อน้ำทิ้งจำนวนมาก ซึ่งท่อน้ำทิ้งส่วนใหญ่จะเป็นท่อพีวีซี ของเสียต่างๆที่เกิดจากกิจกรรมในห้องน้ำ ทั้งสบู่ ทั้งแชมพูและอื่นๆจะไหลผ่านท่อน้ำทิ้ง และจะมีบางส่วนเกาะติดอยู่ตามแนวท่อน้ำทิ้ง เมื่อสะสมเป็นเวลานานๆเข้า จะทำให้เกิดกลิ่นขึ้น ดังนั้นกลิ่นจากห้องน้ำหรือห้องส้วมจึงมากจากจุดเหล่านี้ การแก้ไขปัญหาไม่ต้องไปทุบส้วมหรือท่อน้ำทิ้ง ง่ายๆด้วยการใช้จุลินทรีย์อีเอ็มชนิดเข้มข้นสูง ทำความสะอาดตามคำแนะนำ

  • January 6, 2018
  • news
  •   no tag
  • Comments Off on วิธีการกำจัดกลิ่นเหม็นจาก น้ำเน่าเสีย ด้วยจุลินทรีย์ ดับกลิ่นเหม็น / ดับกลิ่นเน่าเหม็น